พูดตรงๆ เลยนะ ใครเป็นสายงบน้อยแต่ต้องสวยทุกวัน 7-11 คือเพื่อนแท้มาก โดยเฉพาะ “รองพื้นซอง” ที่ราคาเบาๆ หลักสิบ แต่คุณภาพบางตัวคือเกินราคาไปไกลมาก เมื่อก่อนเราก็คิดว่าของซองคงได้แค่แก้ขัด แต่พอลองจริงๆ บางตัวคือแต่งไปทำงานได้สบาย ไม่โป๊ะ ไม่หนา ไม่วอก แถมหาซื้อง่าย เดินเข้าปากซอยก็ได้แล้ว
วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิว แบบไม่พลาด ไม่วอก ไม่ลอย
เรื่องนี้สำคัญมากนะ เพราะต่อให้รองพื้นดีแค่ไหน ถ้าเลือกสีผิดคือจบทันที
1. ดู “โทนผิว” ตัวเองก่อน (สำคัญมาก)
ผิวเราแบ่งคร่าว ๆ ได้ 3 โทน โทนอุ่น (เหลือง) – ผิวออกเหลือง น้ำผึ้ง ผิวแทน เส้นเลือดที่ข้อมือสีเขียว โทนเย็น (ชมพู) – ผิวออกชมพู แดงนิดๆ เส้นเลือดที่ข้อมือสีม่วง/น้ำเงิน โทนกลาง (Neutral) – ไม่เหลืองไม่ชมพูชัด เส้นเลือดที่ข้อมือจะดูไม่ชัดมากที่สุด
2. อย่าเทียบที่หลังมือหลายคนเวลาจะซื้อรองพื้น ชอบบีบลองที่หลังมือก่อนใช่ไหม จะได้ดูว่าสีเข้ากับผิวเราหรือเปล่า แต่จริงๆ วิธีนี้หลอกตาเราเก่งมากเลยนะ เพราะสีผิวหน้ากับสีผิวมือมันไม่เหมือนกันอยู่แล้ว บางคนหลังมือคล้ำกว่าหน้า เพราะโดนแดดบ่อย ยกมือถือ ขับรถ เดินข้างนอกตลอดเวลา แต่บางคนก็ตรงกันข้าม มือสว่างกว่าหน้า เพราะหน้าโดนแดดเต็มๆ ทุกวัน สรุปง่ายๆ คือ ถ้าเทียบสีที่มืออย่างเดียว โอกาสเลือกสีพลาดมีสูงมาก ทางที่ดีกว่าคือลองบริเวณกรอบหน้า หรือช่วงกราม จะได้สีที่เนียนเข้ากับหน้าจริงๆ มากกว่า จะได้ไม่โป๊ะตอนแต่งเสร็จนะ
อีกอย่างหนึ่งคือ “พื้นผิว” มันต่างกัน ผิวหน้ามีน้ำมัน มีรูขุมขน มีรอยต่างๆ ของมันเอง แต่ผิวหลังมือจะค่อนข้างเรียบและแห้งกว่า เพราะงั้นรองพื้นที่ดูสวยบนมือ พอเอามาลงหน้าจริงอาจดูหมอง ดูหนา หรือแปลกๆ ได้ ถ้าเลือกได้ แนะนำให้ลองที่กรามหรือข้างแก้มแทน ตรงช่วงที่เชื่อมระหว่างหน้าและคอเลย แล้วลองเดินไปดูในแสงธรรมชาติ จะเห็นชัดมากว่าสีมัน “กลืนผิว” จริงไหม ถ้ามองแทบไม่ออกว่าทาตรงไหน นั่นแหละใช่เลย จำง่ายๆ หลังมือเอาไว้ดูเนื้อสัมผัสพอได้ แต่ถ้าจะเลือกสีให้แม่น ต้องดูที่หน้าเท่านั้น !
3. อย่าเลือกสีสว่างกว่าผิวเยอะ
คิดว่าเลือกขาวกว่าจะผ่อง? ไม่จริงเลย ส่วนใหญ่จะทำให้หน้าลอย เทา หรือดรอประหว่างวัน
เลือกสีที่ใกล้ผิวที่สุด จะดูเนียนธรรมชาติที่สุด
อย่าเลือกรองพื้นขาวกว่าผิวเยอะ เพราะมันไม่ได้ทำให้หน้าผ่อง แต่จะทำให้หน้าลอย เห็นชัดเวลาออกแดดหรือถ่ายรูป แถมบางสูตรพอผ่านไปสักพักสีจะดรอป กลายเป็นหมองหรือเทาอีกต่างหาก เลือกสีที่ใกล้ผิวที่สุดจะเนียนและดูแพงกว่า ถ้าอยากสว่างขึ้น ค่อยใช้คอนซีลเลอร์หรือแป้งช่วยเฉพาะจุดแทน ดีกว่าฝืนใช้สีที่ขาวเกินผิวจริง
4. ผิวมัน vs ผิวแห้ง ก็มีผลกับสี บางสูตรพอผ่านไปหลายชั่วโมง สีจะดรอปเข้มขึ้นนิดหน่อย ถ้าเป็นคนผิวมัน อาจเลือกสีสว่างกว่าผิวนิดเดียว (แค่นิดเดียวจริง ๆ)
*** ถ้าเลือกไม่ได้ เลือกโทนกลางไว้ก่อน โดยเฉพาะรองพื้นซองใน 7-11 ที่เฉดไม่เยอะโทน Natural หรือ Neutral จะรอดง่ายสุด
11 รองพื้นซองใน 7-11 ยี่ห้อไหนดี จากผู้ใช้จริง 2026 No.1 RAN รองพื้นน้ำแร่ Airy Tint Magic Foundation ตัวนี้เป็นรองพื้นแบรนด์ไทยนะ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวเลยจริงๆ ไม่ว่าจะผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสมก็รอดหมด เนื้อเขาเป็นรองพื้นน้ำแร่ ฟินิชแมทท์ก็จริง แต่ไม่ได้แมทท์แห้งๆ แบบหน้าดูแบนๆ ยังมีความเล่นแสงเบาๆ ผิวดูมีมิติ ดูเปล่งๆ สุขภาพดีอยู่ ที่ชอบคือเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า แต่ติดทนโอเคเลย แถมมีกันแดดมาให้ในตัวด้วย ใช้วันรีบๆ คือจบในขั้นตอนเดียวได้เลย มีให้เลือกทั้ง แบบซอง 6 กรัม ราคา 59 บาท จะลองก่อนก็สบายกระเป๋า หรือถ้าใช้แล้วชอบจะขยับไป ขวดใหญ่ 30 ml. ราคา 790 บาท ก็ได้ คุ้มกับคนที่แต่งหน้าทุกวัน หลังเปิดใช้ได้ประมาณ 1 ปี แนะนำเก็บให้พ้นแดด พ้นความร้อน แล้วก็ปิดฝาให้แน่นๆ ทุกครั้ง ใช้แต่พอดีๆ ไม่ต้องโบกหนัก ก็ได้ผิวสวยแบบกำลังดีแล้ว
โดยรวมคือเป็นรองพื้นที่ฟีลงานผิวแมทท์สวย ๆ แต่ยังดูมีชีวิต ไม่หนา ไม่หนักหน้า ใช้ได้ทุกวัน
No.2 เจ้านาง เรเดียนซ์ สกิน ฟาวเดชั่น เอสพีเอฟ 30 พีเอ+++ รองพื้นตัวนี้เป็นแบรนด์จากไทย ใช้ได้กับทุกสภาพผิวเลย ไม่ว่าจะผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสมก็โอเค เนื้อเขาบางเบา ไม่หนักหน้า ทาแล้วได้ลุคผิวฉ่ำๆ โกลว์สวย เล่นแสงดี ไม่ดูแมทท์แบนๆ แต่ก็ยังกันน้ำ กันเหงื่อได้ ติดทนทั้งวัน เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเราเลย ปริมาณ 5 กรัม ราคา 59 บาท เป็นไซซ์ซองลองใช้ก่อนกำลังดี หลังเปิดใช้แล้วควรใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน และเก็บให้พ้นแดดหรือความร้อน จะได้ไม่เสียคุณภาพ
โดยรวมคือเหมาะกับคนที่ชอบงานผิวโกลว์ใสๆ แต่ยังอยากได้ความติดทน ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน
No.3 Cutepress รองพื้นตัวนี้ของ Cutepress ไม่ได้มีดีแค่ปกปิดหรือทำให้ผิวดูสวยอย่างเดียว แต่เขาใส่สกินแคร์มาด้วย คือแต่งหน้าไปก็เหมือนได้บำรุงไปในตัว มี Niacinamide 5% ช่วยให้ผิวดูใสขึ้นแบบจริงจัง ไม่ใช่แค่ลุคตอนแต่งหน้า แต่แบรนด์บอกว่าใช้ต่อเนื่องประมาณอาทิตย์นึง ผิวจะดูสว่างขึ้นด้วย และยังใส่ ไฮยา 4 ชนิด ช่วยเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มๆ ไม่แห้งระหว่างวัน แล้วก็มีตัวช่วยล็อกความชุ่มชื้นอีกชั้น ทำให้ผิวดูฟูยาวนาน ที่สำคัญคือมี BHA ช่วยลดการอุดตัน ลดโอกาสเป็นสิว เหมาะกับคนที่ผิวมันหรือเป็นสิวง่าย ปริมาณ 5 กรัม ราคา 49 บาท
สรุปคือ เป็นรองพื้นที่ให้ทั้งงานผิวสวยและช่วยดูแลผิวไปพร้อมกัน เหมาะกับสายแต่งหน้าทุกวันแต่ก็ยังอยากให้ผิวดีขึ้นเรื่อยๆ
No.4 Mille Perfect Matte Cushion SPF50 PA+++ ตัวนี้เป็นคุชชั่นจากไทย ใช้ได้แทบทุกสภาพผิวเลย ทั้งผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ไปจนถึงผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ จุดเด่นคือเป็น คุชชั่นแมทท์บล็อกสิว ปกปิดดีมาก ใครมีรอยสิว รอยแดง คือช่วยกลบได้เนียน แถมยังช่วยเบลอผิวให้ดูเรียบๆ แบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ ผิวดูเนียนกริบแต่ไม่หนาเกิน มีหลายขนาดให้เลือก เปิดใช้แล้วอยู่ได้ประมาณ 1 ปี แนะนำว่าเก็บให้พ้นแดด พ้นความร้อน ใช้แต่พอดี แล้วก็ปิดฝาให้สนิททุกครั้ง จะได้ไม่แห้ง
โดยรวมคือเหมาะกับคนที่อยากได้งานผิวแมทท์ ปกปิดแน่น ๆ แต่ยังดูเนียน ไม่โบ๊ะ โดยเฉพาะสายเป็นสิวง่าย น่าจะถูกใจเลย No.5 ศรีจันทร์ สกิน บูสเตอร์ ฟลอเลส ฟาวน์เดชั่น SPF 50+ PA++++ รองพื้นศรีจันทร์ตลับม่วงตัวนี้เป็นสาย แมท ปกปิดแน่น เหมาะมากกับคนผิวมันหรือผิวผสม ใครมีรอยสิว รอยแดง หรืออยากได้งานผิวเนียนกริบแบบจัดเต็ม ตัวนี้คือทำถึงเลย เขาเน้นปกปิดระดับสูงสุด กลบได้ทั้งรอยสิวและริ้วรอย แต่เนื้อยังบางเบา ไม่ได้หนาหนักหน้าแบบที่คิด แถมคุมมันดีมาก ติดทนได้ยาวๆ สูงสุด 14 ชั่วโมง กันน้ำ กันเหงื่อ เหมาะกับอากาศร้อนบ้านเราแบบสุดๆ
ถึงจะเป็นลุคแมทสนิท แต่ไม่ได้ทำให้ผิวแห้งตึงนะ เพราะมี Peptide กับ Ceramide ช่วยเติมความชุ่มชื้นและดูแลผิวไปด้วย อีกอย่างที่ดีคือไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีพาราเบน คนผิวแพ้ง่ายก็อุ่นใจขึ้น แถมยังมี SPF 50+ PA++++ ช่วยกันแดดได้ทั้ง UVA และ UVB ด้วย
สรุปคือ ใครอยากได้รองพื้นแมท คุมมัน ปกปิดแน่น ติดทนทั้งวัน แบบไม่ไหลไม่คราบ ตัวนี้ตอบโจทย์มาก
🧡 : ศรีจันทร์ สกิน บูสเตอร์ ฟลอเลส ฟาวน์เดชั่น SPF 50+ PA++++
No.6 MAYBELLINE NEWYORK Fit Me Matte & Poreless Foundation
ถ้าถามว่าตัวไหนปกปิดดี คุมมันโอเค ใช้แล้วรอดสำหรับผิวคนไทย หลายเสียงก็ยกให้ Maybelline Fit Me (รองพื้นฟิตมี) เป็นหนึ่งในตัวฮิตเลย เพราะเป็นเนื้อแมท บางเบา แต่ปกปิดได้ดี ไม่หนา ไม่โบ๊ะ ตัวซองเขามีฝาปิด พกง่าย ไม่เลอะกระเป๋า เนื้อรองพื้นช่วยเบลอรูขุมขน หน้าไม่วาว ไม่ลอย ดูเนียนไปกับผิวแบบธรรมชาติ ที่สำคัญคือคุมมันได้ดีตลอดวัน เหมาะกับทั้งผิวธรรมดาและผิวมัน จุดเด่นคือความแมทที่ไม่แห้ง ไม่หนักหน้า เกลี่ยง่าย ไม่ตกร่อง ให้ลุคผิวสวยแบบพอดีๆ ไม่ดูแต่งจัดเกินไป
สรุปง่ายๆ คือ ถ้าอยากได้รองพื้นเซเว่นที่แมท คุมมัน ปกปิดดี ใช้แล้วรอดง่ายๆ ฟิตมีถือว่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและฮิตตลอดกาล
No.7 Nami make up pro bb wet to powder spf40 pa ++ ตัวนี้คือ BB ซองดำนามิ รุ่นเบอร์ 02 Natural Beige (รุ่นนี้มี 2 สีให้เลือก) เป็นบีบีแบบครีมที่ทาแล้วจะเปลี่ยนเป็นแป้งแมททันที คือทาปุ๊บเซ็ตตัวปั๊บ ไม่ต้องลงแป้งทับก็ได้ สูตรนี้เขาปรับใหม่ให้คุมมันดีขึ้นกว่าเดิม เหมาะกับคนหน้ามันหรืออยากได้ลุคแมทเป๊ะๆ ปกปิดแน่นขึ้น ช่วยล็อกผิวให้ดูเรียบเนียนตลอดวัน ไม่เยิ้มง่าย แถมมีกันแดดในตัวด้วย SPF40 PA++ ช่วยกันแดดได้ในระดับหนึ่ง เหมาะกับวันสบายๆ หรือวันรีบๆ ที่อยากแต่งหน้าเร็วๆ ตัวเดียวจบ ในปริมาณ 7 กรัม ราคา 49 บาท
สรุปคือเป็นบีบีซองราคาน่ารัก ที่ให้ลุคแมท คุมมันดี ทาแล้วจบไว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ บ้านเราเลย
No.8 Jula's Herb อีอีคูชั่น Watermelon EE Cushion Matte SPF50 PA+++ หลายคนเรียกกันว่า “คูชั่นแตงโมจุฬาเฮิร์บ” เป็นคูชั่นเนื้อแมทที่ช่วยคุมมันดีมาก แถมปกปิดรอยดำ รอยแดง แล้วก็รูขุมขนได้เนียนสนิท ผิวดูใสแบบธรรมชาติ ไม่หนา ไม่โบ๊ะ จุดเด่นคือมี SPF50 PA+++ ช่วยกันแดดได้ดีในตัว แล้วก็มีสารสกัด L-Carnitine ช่วยควบคุมความมันได้นานถึงประมาณ 12 ชั่วโมง สีไม่ดรอประหว่างวัน ไม่มันเยิ้ม ไม่เป็นคราบ เหมาะกับอากาศร้อนๆ บ้านเราเลย เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย กันน้ำ กันเหงื่อ ใช้ได้กับทุกโทนผิว
สรุปคือเป็นคูชั่นซองที่ตัวเดียวจบ ได้ทั้งปกปิด คุมมัน กันแดด เหมาะกับวันรีบๆ หรือพกเติมระหว่างวันก็สะดวก
No.9 BK Acne Cushion ถ้าเป็นแบรนด์ BK หลายคนก็จะนึกถึงสายคนเป็นสิวใช่ไหม ตัวคุชชั่นซองนี้ก็เหมือนกัน คนเป็นสิวใช้ได้แบบสบายใจ เพราะเขาเน้นทั้งปกปิดและดูแลผิวไปพร้อมกัน จุดเด่นคือเทคโนโลยีเนื้อคุชชั่นจากเกาหลี ช่วยให้ปกปิดรอยสิวได้ดี คุมมันโอเค แต่ไม่ทำให้ผิวอุดตัน เพิ่มโอกาสเป็นสิวน้อยลง กันแดดก็ให้มาแน่น ๆ SPF 50+ PA++++ ป้องกันได้ทั้ง UVA, UVB รวมถึงแสงจากหน้าจอคอมกับมือถือด้วย เหมาะกับสายทำงานหน้าจอมาก มีส่วนผสมอย่าง tea tree, ใบบัวบก และ madecassoside ช่วยลดการอักเสบ ลดโอกาสเกิดสิว ผิวดูสงบลง ยังมีตัวช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ และวิตามิน C, E, B5 ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้ง ไม่เป็นคราบระหว่างวัน
สรุปคือเป็นคุชชั่นที่ได้ทั้งปกปิด คุมมัน กันแดด และดูแลผิวไปพร้อมกัน เหมาะกับคนเป็นสิวง่ายหรือผิวแพ้ง่ายที่อยากแต่งหน้าแล้วไม่ต้องกังวล
No.10 SIS2SIS Hya Matte Foundation ตัวนี้เนื้อครีมเกลี่ยง่ายมาก ทาแล้วไม่หนา ไม่หนักหน้า ฟีลบางเบา สบายผิว ใช้ได้ทุกวัน การปกปิดอยู่ในระดับกลางๆ กลบรอยเล็กๆ ได้ดีพอสมควร แต่ถ้าเป็นรอยสิวเข้มหรือรอยชัดๆ อาจต้องมีตัวช่วยเพิ่มนิดนึง เรื่องคุมมันกับความติดทนถือว่าโอเค แต่ถ้าเจออากาศร้อนหรือหน้ามันมากๆ ระหว่างวันอาจต้องซับบ้าง ไม่ได้แน่นทั้งวันแบบไม่ต้องเติมเลย
โดยรวมคือเหมาะกับลุคธรรมชาติ แต่งเบาๆ ไปเรียน ไปทำงาน พกง่าย ใช้สะดวก และถือว่าคุ้มกับราคา
No.11 KMA รองพื้นซองตำนานผิวเป๊ะ ตัวนี้คือของมันต้องมีจริงๆ สำหรับสายแต่งหน้าประหยัดแต่เอางานผิวเนียนๆ เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่ายมาก ไม่หนา ไม่หนักหน้า แต่ให้ฟินิชผิวกริบ ดูเรียบเนียนขึ้นทันที พวกรอยแดง รอยสิวเล็กๆ ช่วยเบลอได้ดีเลย ผิวดูสวยแบบไม่โป๊ะ ไม่ลอย จุดเด่นคือคุมมันค่อนข้างดี ระหว่างวันหน้าไม่เยิ้มง่าย เหงื่อออกก็ยังพอไหว ไม่ค่อยเป็นคราบตามร่องจมูกหรือข้างแก้ม ใครผิวผสมถึงผิวมันน่าจะชอบ เฉดสีก็ทำมาค่อนข้างเข้ากับผิวคนไทย ทาแล้วไม่เทา ไม่วอก ดูกลืนผิวแบบธรรมชาติ จะลุคใส ๆ ไปเรียน ไปทำงาน หรือจะแต่งแน่นขึ้นอีกนิดก็รอด
สรุปง่ายๆ เลยนะ ตัวนี้คือรองพื้นซองที่เกินราคาไปมาก ผิวเนียน คุมมันโอเค ไม่เป็นคราบง่าย สีไม่ลอย ทาแล้วหน้าดูผ่องแบบธรรมชาติ ใช้ได้ทั้งวันสบายๆ
สุดท้ายแล้ว รองพื้นดีไม่จำเป็นต้องราคาแรงเสมอไป จริงๆ แค่เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและลุคที่เราแต่งในแต่ละวันก็พอ ซองเล็กๆ ราคาหลักสิบหลายตัวคุณภาพเกินราคา ใช้แต่งทุกวันก็ได้ ออกงานก็รอด แถมพกง่ายไม่เปลืองงบด้วย ใครกำลังมองหารองพื้นถูกและดีไว้ติดกระเป๋า ลองเลือกจากลิสต์นี้ได้เลย บอกเลยว่ามีสิทธิ์เจอตัวที่ใช่แบบไม่ต้องจ่ายแพง
สวยได้ทุกวันแบบสบายกระเป๋า แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว 💕
|