ตื่นมาตอนเช้าแล้วรู้สึกคัดจมูก หรือเริ่มได้กลิ่นฝุ่นในบ้านกันบ้างไหมครับ? หลายคนอาจจะคิดว่าแค่ปิดหน้าต่างก็พอแล้ว แต่จริงๆ แล้วพวกฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือเชื้อโรคที่มองไม่เห็นมันแฝงตัวอยู่รอบตัวเราตลอดเวลาเลย การมีเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่องติดบ้านไว้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความโก้เก๋ตามเทรนด์นะครับ แต่มันคือการลงทุนกับ "ลมหายใจ" ของเราและคนในครอบครัวให้สะอาดขึ้น ช่วยลดภาระให้ปอดได้ทำงานน้อยลง และทำให้นอนหลับได้เต็มอิ่มกว่าเดิมเยอะเลย
ถ้าถามว่าทำไมเราถึงควรหันมาใช้เครื่องฟอกอากาศกันอย่างจริงจัง ก็เพราะเจ้าเครื่องนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่กรองฝุ่น PM 2.5 เท่านั้นนะ แต่มันยังช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นอาหาร หรือแม้แต่ขนสัตว์และเกสรดอกไม้ที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ชั้นดีเลยล่ะครับ เหมือนเรามีพนักงานทำความสะอาดอากาศคอยสแกนสิ่งสกปรกให้เราตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในห้องที่เคยอึดอัดให้รู้สึกสดชื่นเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ใครที่เป็นภูมิแพ้หรือกังวลเรื่องสุขภาพในระยะยาว บอกเลยว่านี่คือไอเทมที่ต้องมีติดบ้านจริงๆ ครับ
อันตรายจากฝุ่น PM 2.5
ฝุ่นตัวจิ๋ว PM 2.5 นี่แหละครับตัวร้ายที่น่ากลัวที่สุด เพราะขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมหลายเท่าทำให้มันสามารถเล็ดลอดผ่านขนจมูก เข้าสู่กระแสเลือดและปอดของเราได้โดยตรง ส่งผลเสียตั้งแต่ทำให้ไอ จาม ระคายเคืองตา ไปจนถึงโรคเรื้อรังอย่างมะเร็งปอดหรือโรคหัวใจในระยะยาว การปล่อยให้ร่างกายรับฝุ่นพวกนี้สะสมไปเรื่อยๆ โดยไม่มีตัวช่วยกรองอากาศ ก็เหมือนเรากำลังเอาสุขภาพไปเสี่ยงโดยไม่รู้ตัวครับ
เครื่องฟอกอากาศดียังไง
เครื่องฟอกอากาศจะช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็ก สารก่อภูมิแพ้ และแบคทีเรียที่ลอยอยู่ในอากาศ สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็ก จะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นและเชื้อโรคได้ดีมาก นอกจากนี้ยังช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไปเพราะฝุ่นในห้องลดน้อยลง สรุปสว่างๆ คือช่วยให้เราหายใจได้คล่องขึ้นและลดความเสี่ยงจากโรคนั่นเองครับ
1. Xiaomi Mi Smart Air Purifier 4 compact
ดีไซน์มินิมอลตามสไตล์ Xiaomi ขนาดเล็กกระทัดรัดแต่พลังการกรองถือว่าทำได้ดีเกินตัวสำหรับห้องนอนเล็กๆ เสียงเงียบใช้ได้เลยตอนเปิดโหมดนอนหลับ ข้อดีคือเปลี่ยนไส้กรองง่ายและเชื่อมต่อแอปฯ Mi Home ได้สะดวกเหมือนรุ่นพี่ตัวใหญ่ๆ แม้อาจจะสู้เรื่องความเร็วในการเคลียร์อากาศในห้องกว้างไม่ได้ แต่ถ้าเน้นประหยัดพื้นที่และราคาเป็นมิตร ตัวนี้คือคำตอบครับ
Xiaomi Mi Smart Air Purifier 4 compactตัวนี้เหมาะมากสำหรับใครที่มีพื้นที่จำกัดหรืออยากวางไว้บนโต๊ะทำงานครับ 2,870 บาท
2. Xiaomi Mi Smart Air Purifier 4 Pro
ราคา ฿9,050
รุ่นนี้คือตัวจบสำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนขนาดใหญ่เลยครับ พลังการกรองอากาศ (CADR) สูงมาก เคลียร์ฝุ่น PM 2.5 ได้ไวแบบรู้สึกได้ภายในไม่กี่นาที จุดที่ผมชอบคือเซนเซอร์ที่ค่อนข้างแม่นยำและหน้าจอ OLED ที่บอกค่าอากาศได้ชัดเจนดี ตัวเครื่องดูแข็งแรงทนทานขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ มีระบบปล่อยไอออนลบช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย อาจจะตัวใหญ่หน่อยแต่ถ้าเทียบกับประสิทธิภาพความคุ้มค่าในราคานี้ ถือว่า Xiaomi ยังทำมาตรฐานได้ดีเหมือนเดิมครับ
2. Xiaomi Mi Smart Air Purifier 4 Pro9,050 บาท
3. Xiaomi Mi Smart Air Purifier Max Elite
ราคา ฿12,350
ถ้าบ้านใครเป็นแบบ Open Plan หรือห้องโถงกว้างๆ ตัว Max Elite คือยักษ์ใหญ่ที่เอาอยู่ครับ พลังลมแรงมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นพายุสะอาดๆ เลยทีเดียว ออกแบบมาเพื่อพื้นที่ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ กรองได้ทั้งฝุ่น กลิ่น และเชื้อโรคในวงกว้าง แม้ตัวเครื่องจะดูบึกบึนไปนิดและกินพื้นที่พอสมควร แต่ถ้าเทียบกับปริมาณอากาศที่เขากรองได้ต่อชั่วโมงถือว่าคุ้มค่ามากครับ เหมาะสำหรับบ้านหลังใหญ่หรือออฟฟิศที่คนเยอะๆ โดยที่ไม่ต้องวางเครื่องเล็กหลายตัว
3. Xiaomi Mi Smart Air Purifier Max Elite12,350 บาท
4. Levoit Core Mini Air Purifier PM2.5
ราคา ฿1,899
สายแต่งโต๊ะคอมหรือคนอยู่หอพักต้องรักตัวนี้ครับ ราคาเบาหวิวและดีไซน์น่ารักมาก ข้อเด่นที่ต่างจากเจ้าอื่นคือเขามีช่องให้หยดน้ำมันหอมระเหยได้ด้วยนะ ฟอกอากาศไปพร้อมกับดมกลิ่นอโรม่าไปในตัว ฟินสุดๆ พลังกรองอาจจะไม่ได้หวือหวามาก เหมาะกับใช้ส่วนตัวระยะใกล้ๆ มากกว่าจะกรองทั้งห้อง แต่ถ้าถามเรื่องความเงียบและความสะดวกในการเคลื่อนย้าย ตัวนี้กินขาดในกลุ่มราคาหลักพันต้นๆ ครับ
4. Levoit Core Mini Air Purifier PM2.51,899 บาท
5. Levoit Core 300S Air Purifier PM2.5 App
ราคา ฿4,759
เป็นรุ่นยอดฮิตที่สมดุลมากทั้งเรื่องราคาและฟังก์ชันครับ ดีไซน์ทรงกระบอกดูทันสมัยเข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์ ตัวเครื่องทำงานได้ฉลาดผ่านแอปฯ สั่งงานจากที่ไหนก็ได้ ตัวไส้กรอง HEPA ของเขามีคุณภาพค่อนข้างสูงดักฝุ่นได้ละเอียดดีมาก จุดที่ประทับใจคือระบบหมุนเวียนอากาศแบบ 360 องศาที่ดึงลมเข้าได้รอบทิศทาง เป็นรุ่นที่แนะนำมากสำหรับคนเริ่มใช้เครื่องฟอกอากาศที่อยากได้ของดีแบบเจ็บแต่จบในงบไม่เกินห้าพันครับ
5. Levoit Core 300S Air Purifier PM2.5 App4,759 บาท
6. Philips AC0650/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier
ราคา ฿3,129
แบรนด์ที่ไว้ใจได้อย่าง Philips ตัวนี้ทำออกมาได้ตอบโจทย์คนอยากได้ความประหยัดไฟและขนาดที่กะทัดรัดครับ กินไฟน้อยมากเปิดทิ้งไว้ทั้งวันได้สบายใจ แผ่นกรองทำหน้าที่ได้มาตรฐานตามชื่อชั้นของแบรนด์ แม้จะไม่มีหน้าจอตัวเลขบอกค่าฝุ่นละเอียดๆ แต่มีไฟสถานะที่เข้าใจง่ายแทน เหมาะสำหรับวางในห้องนอนขนาดเล็กที่ไม่ต้องการฟังก์ชันซับซ้อน เน้นเปิดทิ้งไว้ให้หลับสบายอากาศคลีนๆ เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือในราคาเข้าถึงง่ายครับ
6. Philips AC0650/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier3,129 บาท
7. Philips AC0920/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier
ราคา ฿3,839
ขยับขึ้นมาอีกนิดกับรุ่นที่เน้นความเงียบและการทำงานแบบออโต้ที่ฉลาดขึ้น ตัวนี้เหมาะกับห้องขนาดกลางๆ ดีไซน์โค้งมนดูเป็นมิตรกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน มีโหมดสลีปที่เงียบกริบจนแทบไม่ได้ยินเสียงพัดลมเลยครับ การกรองฝุ่น PM 2.5 ทำได้แม่นยำและรวดเร็วพอสมควร ข้อสังเกตคืออาจจะปรับตั้งค่าละเอียดผ่านแอปได้ไม่เยอะเท่าบางเจ้า แต่ถ้าเน้นความเสถียรและการกรองที่สะอาดจริงๆ รุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ
7. Philips AC0920/10 เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier3,839 บาท
8. Philips AC3220/10 เครื่องฟอก อากาศ Air Purifier
ราคา ฿11,049
รุ่นนี้คือระดับโปรของ Philips ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการกรองที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกครับ เหมาะสำหรับคนที่ซีเรียสเรื่องอากาศบริสุทธิ์มากๆ เพราะกรองได้ละเอียดถึงระดับไวรัสและแบคทีเรียบางชนิดเลย ตัวเครื่องดีไซน์พรีเมียมดูหรูหรา วางมุมไหนของบ้านก็ดูดี พลังลมแรงกระจายอากาศสะอาดได้ทั่วถึงทุกมุมห้อง แม้ราคาจะกระโดดขึ้นมาหน่อยแต่ถ้าแลกกับเซนเซอร์ที่ตอบสนองไวและการกรองที่ไว้ใจได้สูงสุด ตัวนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวครับ
8. Philips AC3220/10 เครื่องฟอก อากาศ Air Purifier11,049 บาท
9. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 60 ตรม. 3 ขั้นตอน รุ่น AP-H2219S
ราคา ฿5,330
Bwell ตัวนี้เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลังครับ กรองได้ 3 ขั้นตอนครอบคลุมพื้นที่ถึง 60 ตรม. ซึ่งถือว่ากว้างมากเมื่อเทียบกับราคาห้าพันนิดๆ เหมาะสำหรับบ้านที่เป็นครอบครัวใหญ่หรือใช้ในห้องนั่งเล่นรวม ดีไซน์อาจจะดูเรียบๆ ไม่หวือหวาแต่เน้นการใช้งานจริงจัง ทนทาน และหาซื้อไส้กรองได้ง่าย เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการบริการหลังการขายที่ดี ใครไม่เน้นล้ำแต่เน้นอากาศสะอาดแบบชัวร์ๆ ตัวนี้เป็นทางเลือกที่เซฟและดีครับ
9. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 60 ตรม. 3 ขั้นตอน รุ่น AP-H2219S5,330 บาท
10. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 10-30 ตรม.6 ขั้นตอน รุ่น AP-8119US
ราคา ฿9,409
อัปเกรดขึ้นมาอีกขั้นกับการกรองถึง 6 ขั้นตอน แถมมีระบบฆ่าเชื้อด้วย UV-C มาให้ด้วยครับ ตัวนี้ออกแบบมาเพื่อคนที่เป็นภูมิแพ้หนักๆ หรือกังวลเรื่องเชื้อโรคในอากาศโดยเฉพาะ ขนาดเหมาะกับห้องทำงานหรือห้องนอนมาตรฐาน จุดเด่นคือการฟอกที่ละเอียดมากจนแทบไม่เหลือกลิ่นอับหรือสารก่อระคายเคืองเลย วัสดุตัวเครื่องดูดีมีราคาขึ้นมาอีกระดับ ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก เป็นรุ่นที่ให้ความมั่นใจเรื่องความสะอาดได้แบบจัดเต็มจริงๆ
10. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 10-30 ตรม.6 ขั้นตอน รุ่น AP-8119US9,409 บาท
11. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 20-40 ตรม. 7 ขั้นตอน รุ่น CF-8428
ราคา ฿14,340
ถ้าคุณต้องการความสุดในเรื่องความละเอียด รุ่น 7 ขั้นตอนนี้คือคำตอบครับ มีทั้งระบบกรองฝุ่น กลิ่น สารเคมี และการฆ่าเชื้อที่ครบวงจรมากๆ เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาด 20-40 ตรม. ตัวเครื่องทำงานได้นิ่งและมีระบบตรวจจับคุณภาพอากาศที่เสถียรสุดๆ แม้ดีไซน์จะดูเป็นแนวเครื่องใช้ไฟฟ้าดั้งเดิมไปนิด แต่เรื่องประสิทธิภาพการฟอกอากาศบอกเลยว่าหายห่วง เหมาะมากสำหรับห้องเด็กอ่อนหรือห้องที่มีผู้สูงอายุพักผ่อนครับ
11. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 20-40 ตรม. 7 ขั้นตอน รุ่น CF-842814,340 บาท
12. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 120 ตรม. 8 ขั้นตอน รุ่น AP-P4019US
ราคา ฿28,390
นี่คือตัวท็อปสายโหดที่กรองได้ถึง 8 ขั้นตอนและครอบคลุมพื้นที่กว้างถึง 120 ตรม. ครับ เรียกว่าเครื่องเดียวจบทั้งบ้านหรือออฟฟิศขนาดใหญ่ได้เลย พลังการฟอกอากาศมหาศาลมาก กรองได้ตั้งแต่ฝุ่นยันสารระเหยอันตรายจากเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ราคาอาจจะดูสูงแต่มันคือเครื่องสเปกการแพทย์ที่เอามาใช้ในบ้านได้ วัสดุพรีเมียมและมีล้อลากช่วยให้เคลื่อนย้ายสะดวก ใครที่งบถึงและอยากได้ที่สุดของความสะอาด ต้องตัวนี้เลย
12. Bwell เครื่องฟอกอากาศขนาด 120 ตรม. 8 ขั้นตอน รุ่น AP-P4019US28,390 บาท
13. Airdog X5Pro (D)เครื่องฟอกอากาศ ฝุ่นPM 2.5 ขนสัตว์ ฆ่าเชื้อไวรัส ฟอร์มาลดีไฮด์
ราคา ฿30,942
จุดขายที่เป็นไม้ตายของ Airdog คือ "ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองตลอดอายุการใช้งาน" ครับ เพราะเขาใช้เทคโนโลยี TPA ที่ล้างทำความสะอาดแผ่นกรองเองได้ ประหยัดค่าไส้กรองในระยะยาวไปได้เยอะเลย ตัวเครื่องกรองฝุ่นและฆ่าเชื้อไวรัสได้เก่งมาก ดีไซน์ล้ำสมัยเข้ากับบ้านแนวโมเดิร์นสุดๆ แม้ราคาตั้งต้นจะสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป แต่ถ้าคำนวณเงินที่ต้องจ่ายค่าไส้กรองทุก 6 เดือนของยี่ห้ออื่นออกไป Airdog ตัวนี้คือความคุ้มค่าที่แท้จริงสำหรับสายเทคโนโลยีครับ
13. Airdog X5Pro (D)เครื่องฟอกอากาศ ฝุ่นPM 2.5 ขนสัตว์ ฆ่าเชื้อไวรัส ฟอร์มาลดีไฮด์30,942 บาท
14. Airdog X8proUltra (D) เครื่องฟอกอากาศ ฝุ่นPM 2.5 ฆ่าเชื้อไวรัส ขนสัตว์ ฟอร์มาลดีไฮด์
ราคา ฿58,900
ที่สุดของตระกูล Airdog ที่อัดแน่นเทคโนโลยีมาแบบเต็มพิกัด พลังฟอกอากาศมหาศาลระดับที่ใช้ในโรงพยาบาลหรือพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ได้สบายๆ ครับ แน่นอนว่ายังคงจุดเด่นเรื่องไส้กรองล้างได้เหมือนเดิม ตัวเครื่องทำหน้าทีได้รวดเร็วและเงียบเชียบอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับขนาด พลังในการกำจัดไวรัสและสารฟอร์มาลดีไฮด์ทำได้ดีเยี่ยม เหมาะมากสำหรับบ้านหรูหลังใหญ่หรือออฟฟิศที่เน้นความปลอดภัยด้านสุขอนามัยระดับสูงสุดครับ
14. Airdog X8proUltra (D) เครื่องฟอกอากาศ ฝุ่นPM 2.5 ฆ่าเชื้อไวรัส ขนสัตว์ ฟอร์มาลดีไฮด์58,900 บาท
15. Dreame PM30/PM10 Smart Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ กำจัดเชื้อ ฟอร์มาลดีไฮด์ และ PM2.5 ได้ดี
ราคา ฿30,590
Dreame ทำตัวนี้ออกมาได้สวยงามและดูแพงมากครับ เน้นการกำจัดสารฟอร์มาลดีไฮด์และเชื้อโรคได้ลึกถึงระดับโมเลกุล เหมาะสำหรับบ้านที่เพิ่งรีโนเวทใหม่หรือมีเฟอร์นิเจอร์บิวต์อินเยอะๆ การทำงานผ่านแอปฯ เสถียรและมีลูกเล่นเยอะดี พลังการกรองทำได้รวดเร็วทันใจและเงียบมากในโหมดใช้งานปกติ เป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่มองหาความสมบูรณ์แบบทั้งดีไซน์และเทคโนโลยีการฟอกอากาศที่ทันสมัยครับ
15. Dreame PM30/PM10 Smart Air Purifier30,590 บาท
16. Dyson Purifier Big+Quiet Formaldehyde เครื่องฟอกอากาศ รุ่น BP04
ราคา ฿39,800
สมชื่อรุ่นครับ "Big + Quiet" ตัวใหญ่แต่เงียบกริบจริงๆ ดีไซน์ล้ำยุคเหมือนมาจากอนาคตตามฉบับ Dyson เลย พลังลมพุ่งไปได้ไกลและกระจายทั่วห้องขนาดใหญ่ได้ดีมาก จุดเด่นคือเซนเซอร์ดักจับฟอร์มาลดีไฮด์ที่แม่นยำและทำลายสารพิษนั้นทิ้งไปเลย (ไม่ใช่แค่กรอง) เหมาะกับพื้นที่กว้างๆ ที่ต้องการความเรียบหรูและอากาศที่บริสุทธิ์แบบไร้ที่ติ แม้ราคาจะสูงแต่ก็ได้เรื่องนวัตกรรมและความสวยงามที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกของบ้านได้เลยครับ
16. Dyson Purifier Big+Quiet Formaldehyde เครื่องฟอกอากาศ รุ่น BP0439,800 บาท
ถ้าเน้นคุ้มค่าราคาประหยัด Xiaomi หรือ Levoit แต่ถ้าบ้านมีเด็กเล็กหรือคนเป็นภูมิแพ้ แนะนำไปทาง Bwell หรือ Philips รุ่นกลางๆ จะอุ่นใจเรื่องระบบฆ่าเชื้อ ส่วนใครที่มองหาความคุ้มค่าระยะยาวไม่อยากเปลี่ยนไส้กรองบ่อยๆ Airdog คือคำตอบที่ใช่ที่สุดครับผม
|